mate.direct
เริ่มเลย

จาก Instagram สู่ WhatsApp ไม่เสียลูกค้า

จาก Instagram สู่ WhatsApp ไม่เสียลูกค้า

สรุปสั้นๆ. โฆษณาและโปรไฟล์พาลูกค้าไปยัง WhatsApp แต่แชทเปิดขึ้นมาแบบเปล่าๆ ทำให้บทสนทนาเริ่มต้นด้วย "ราคาเท่าไหร่" ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ทราฟฟิก แต่อยู่ที่ช่วงเชื่อมระหว่างการคลิกกับการเปิดแชท ถ้าใส่เส้นทางสั้นๆ ด้วยคำถามสองถึงสามข้อในจุดนี้ ลูกค้าจะมาถึงคุณพร้อมข้อความที่พร้อมใช้แล้ว

ทำไมลิงก์บนโปรไฟล์ถึงทำให้เสียลูกค้า?

ลูกค้าดูผลงานแล้วรู้สึกสนใจจึงกดลิงก์ แต่พอเจอกล่องแชทเปล่าๆ ความสนใจก็เริ่มจางลง เพราะต้องคิดเองว่าจะพิมพ์อะไร บางคนก็ปิดแชทไปเลย บางคนพิมพ์แค่ "ราคาเท่าไหร่" ทำให้คุณต้องถามกลับไปกลับมา

ความสนใจของลูกค้าจะสูงสุดในวินาทีที่กดลิงก์ ยิ่งมีขั้นตอนคั่นระหว่างวินาทีนั้นกับข้อความที่ชัดเจน คุณก็ยิ่งเสียโอกาสในการปิดการขาย

ควรพาลูกค้าไปที่แชทหรือเว็บไซต์?

ควรพาไปที่แชท เพราะเว็บไซต์เพิ่มขั้นตอน แบบฟอร์ม และการรอคำตอบ ในขณะที่แชทคือพื้นที่ที่ลูกค้าอยู่แล้ว เว็บไซต์เหมาะกับการตัดสินใจที่ต้องใช้เวลาศึกษานาน ส่วนการจองนัด ให้คำปรึกษา หรือสั่งบริการ แชทคือทางลัดที่สั้นกว่า

วิธีตั้งค่าการเชื่อมต่อให้ถูกต้อง

  • ใช้ลิงก์เดียว ไม่ใช่ลิสต์แปดลิงก์ มัลติลิงก์ทำให้ความสนใจกระจัดกระจาย ควรพาลูกค้าไปสู่การกระทำเดียว

  • ให้โฆษณาพาไปแชทโดยตรง เลือกเป้าหมาย "ข้อความ" แทน "ทราฟฟิกไปเว็บไซต์" จะได้ขั้นตอนน้อยลงและต้นทุนต่อลูกค้าถูกลง

  • ใส่ลิงก์ในสตอรี่ ไม่ใช่คำว่า "ทักมาในไดเรกต์" ข้อความในไดเรกต์มักถูกลืม แต่ WhatsApp ยังอยู่ในโทรศัพท์เสมอ

  • กรอกโปรไฟล์ WhatsApp Business ให้ครบ ชื่อ เวลาทำงาน และที่อยู่ควรมองเห็นได้ก่อนข้อความแรก

  • ตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัตินอกเวลาทำงาน ลูกค้าควรรู้ว่าจะได้รับคำตอบเมื่อไร

ข้อความแรกควรมีอะไรบ้าง?

ควรมีบริการที่ต้องการ กำหนดเวลา และรายละเอียดหนึ่งอย่างเกี่ยวกับปริมาณงาน ลองเทียบดู: "สวัสดีค่ะ ราคาเท่าไหร่" กับ "อยากทำสีผมวันพุธหลัง 17:00 ผมยาวประบ่า" ข้อความที่สองคุณตอบราคาได้ทันที ส่วนข้อความแรกต้องเสียเวลาถามตอบอีกห้าครั้ง

เพื่อให้ข้อความแบบนี้เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ให้เพิ่มเส้นทางสั้นๆ ระหว่างการคลิกกับการเปิดแชท ลูกค้าตอบคำถามสองถึงสามข้อด้วยการแท็ป แล้วคำตอบเหล่านั้นจะถูกรวมเป็นข้อความให้อัตโนมัติ นี่คือวิธีที่ Mate ทำงาน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง?

  • โฆษณาพาไปที่แบบฟอร์ม ข้อมูลลูกค้าเข้า CRM แล้วคุณต้องโทรกลับทีหลัง ซึ่งลูกค้าอาจไปสนใจอย่างอื่นแล้ว

  • ให้เบอร์โทรแทนลิงก์ ไม่มีใครอยากพิมพ์เลขโทรศัพท์เองทีละตัว

  • ใช้เทมเพลตข้อความเดียวกันกับทุกคน วิธีนี้แค่เติมกล่องแชทให้ไม่ว่างเปล่า แต่ไม่ได้เพิ่มข้อมูลที่เป็นประโยชน์

  • ไม่แยกลิงก์ตามแคมเปญ การใช้ลิงก์แยกสำหรับแต่ละแคมเปญจะช่วยให้เห็นว่าโฆษณาไหนสร้างบทสนทนาได้จริง

คำถามที่พบบ่อย

วิธีเพิ่มปุ่ม WhatsApp ในโปรไฟล์

ในโปรไฟล์ WhatsApp Business มีลิงก์สั้นและ QR-code ที่คัดลอกได้จากหน้าตั้งค่า นำลิงก์นี้ไปใส่ในโปรไฟล์ สตอรี่ และโฆษณา นอกจากนี้ยังใช้ที่อยู่รูปแบบ https://wa.me/номер ได้เช่นกัน

ควรใช้ไดเรกต์หรือ WhatsApp ดีกว่า?

WhatsApp ดีกว่าถ้าคุณขายผ่านการสนทนา เพราะไดเรกต์มักปนกับข้อความส่วนตัวและการแจ้งเตือนอื่นๆ ในขณะที่แชทในแอปแมสเซนเจอร์จะอยู่ให้เห็นตลอดและลูกค้ากลับมาดูซ้ำได้ ไดเรกต์เหมาะสำหรับการติดต่อครั้งแรก แต่ไม่เหมาะกับการจัดการนัดหมาย

ต้องตอบกลับทันทีหรือไม่?

ยิ่งตอบเร็ว โอกาสปิดการขายก็ยิ่งสูง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือความชัดเจนที่คาดเดาได้ ข้อความตอบกลับอัตโนมัติที่บอกกำหนดเวลาตอบจะช่วยรักษาความสนใจของลูกค้าได้ดีกว่าการเงียบไปเฉยๆ ส่วนการตอบเร็วก็ช่วยจัดการคำถามพื้นฐานได้ทันที

จะรู้ได้อย่างไรว่าโฆษณาไหนสร้างลูกค้าได้จริง?

สร้างลิงก์แยกสำหรับแต่ละแคมเปญ แล้วดูว่าบทสนทนาเกิดขึ้นจากลิงก์ไหนมากที่สุด ควรวัดผลจากจำนวนแชทที่เริ่มต้นขึ้น ไม่ใช่จำนวนคลิก เพราะการคลิกเพียงอย่างเดียวไม่บอกถึงความตั้งใจจริงของลูกค้า

แชร์: